โครงสร้างโปรแกรม FutureMed Prep

ครบทุกมิติของการเตรียมแพทย์ — วางแผนอย่างเป็นระบบ สร้างความพร้อมรอบด้าน

.

Planning

วางแผนการเรียนกับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญส่วนบุคคล ออกแบบเส้นทางเฉพาะตัวตามเป้าหมายของผู้เรียน

.

English Proficiency

เตรียมคะแนนภาษาอังกฤษ (IELTS/TOEFL) อย่างเป็นระบบ พร้อมยื่นเข้าคณะในฝัน

.

Standardized Test

ครอบคลุมทุกสนาม
TBAT, CU-AAT, MCAT, UCAT, AKAT

.

Statement of Purpose

เขียน SOP ให้โดดเด่น ถ่ายทอดตัวตนและเจตจำนงได้อย่างมืออาชีพ

.

MMIs

ฝึกสัมภาษณ์หลายสถานี พัฒนา Soft Skills และการสื่อสารให้พร้อมสู่การคัดเลือก

.

Medxperience

รวมกิจกรรม workshop MedShadowing สำหรับพอร์ตแพทย์

.

Medical & Innovation Research Project

ลงสนามวิจัยและนวัตกรรมสุขภาพ พร้อมโอกาสแข่งขันระดับประเทศ

.

Med Skills Boost

โปรแกรมติดตามตัวต่อตัว เสริมจุดแข็ง–อุดจุดอ่อน ให้มั่นใจพร้อมเรียนแพทย์

Med Elite Support Program
เสริมจุดแข็ง ปิดจุดอ่อน ครบวงจร

โปรแกรมสนับสนุนสำหรับผู้มีเป้าหมายสู่แพทย์ ครอบคลุมตั้งแต่การสมัครสอบจนถึงการพัฒนาทักษะสำคัญ พร้อมคำแนะนำจากทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ

.

หมดห่วงเรื่องเอกสารและการสมัครสอบ

ทีมซัพพอร์ตช่วยอัปเดตข่าวสาร ให้คำปรึกษา และติดตามการเตรียมตัวสมัครสอบอย่างใกล้ชิด

.

คำปรึกษาจากทีมแพทย์ ตลอดหลักสูตร

พบทีม Program Director ทุก 6 เดือน รับคำแนะนำการเตรียมตัวแพทย์ และแชร์ประสบการณ์จริงจากผู้เชี่ยวชาญ

.

หมดห่วงเรื่องเอกสารและการสมัครสอบ

ทุก 3 เดือนพบอาจารย์ผู้สอนวิทยาศาสตร์ เพื่อเสริมพื้นฐานวิชาการให้แข็งแรงสำหรับสายแพทย์

Integrated Training & Research Program
สร้างทักษะทางการแพทย์ให้โดดเด่นด้วย

.

Workshop
(Intro to Medicine: Skills & Mindset)

ฝึกทักษะแพทย์เบื้องต้น เช่น การตรวจร่างกาย การสื่อสารกับผู้ป่วย รวมถึงการปรับตัวและจริยธรรมในสภาพแวดล้อมที่กดดันสูง

.

Medical
Bootcamp

สัมผัสประสบการณ์จริงในโรงพยาบาล ฝึกตรวจเบื้องต้น การสื่อสาร การจัดการเคสฉุกเฉิน เพื่อเข้าใจวิชาชีพและเสริมแรงบันดาลใจ

.

Medical and Innovation Research Project

ทุก 3 เดือนพบอาจารย์ผู้สอนวิทยาศาสตร์ เพื่อเสริมพื้นฐานวิชาการให้แข็งแรงสำหรับสายแพทย์

โปรแกรมนี้เหมาะกับใคร?

ผู้สมัครควรอยู่ในช่วงอายุประมาณ 15-18 ปี หรือ Grade 10 ในหลักสูตรอเมริกา และ Year 11 ในหลักสูตรอังกฤษ ขึ้นไป ทั้งนี้ช่วงเวลาเตรียมตัวที่ดีที่สุดคือ ม.4 ไม่เกิน ม.5 หรือเทียบเท่า

ผู้สมัครมีความสนใจในการศึกษาต่อคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยในไทย โดยมีความมุ่งมั่น และพร้อมเรียนรู้ไปตามแผนการเรียนของโปรแกรม

โดยปกติแล้วคณะแพทยศาสตร์ส่วนใหญ่จะใช้เกรดเฉลี่ย 3.0-3.5 หรือเทียบเท่าโดยจะต้องมีคะแนนในรายวิชา เคมี ชีวะ ฟิสิกส์(หรือคณิตศาสตร์) แต่ทั้งนี้อาจจะมีบางมหาวิทยาลัยที่ไม่กำหนดเกรดเฉลี่ยขั้นต่ำซึ่งที่ปรึกษาการเรียนต่อจะให้คำปรึกษากับท่านแล้วแต่กรณี

นักเรียนต้องการวางแผนการศึกษาต่อ เตรียมคะแนนสอบวิชาเฉพาะให้ครบถ้วน รวมถึงการสร้างทักษะ Soft Skills ให้พร้อมสำหรับยื่นคะแนนในรอบ Portfolio และฝึกฝนสร้างตัวตนให้โดดเด่นตั้งแต่เริ่มต้น